เมื่อไรก็ตามที่วงไอดอล ซุปเปอร์จูเนียร์ ถูกกล่าวถึง คำขนานนามที่ว่า "เยนึงดอล" (สมาชิกวงไอดอลที่แสดงความสามารถได้อย่างยอดเยี่ยมในรายการบันเทิง) จะอยู่ต่อท้ายเสมอ เมมเบอร์ทุกคนของซุปเปอร์จูเนียร์เข้าร่วมในรายการบันเทิงหลายรายการ รวมทั้งละครโทรทัศน์และละครเพลง แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็เสียภาพลักษณ์ในการเป็นนักร้องไป
แต่น่าประหลาดใจ อัลบั้มที่ 3 ของพวกเขาที่มีชื่อว่า "Sorry Sorry" ขายได้มากกว่า 250,000 ชุดเมื่อปีที่แล้ว และพวกเขาก็ครองอันดับยอดขายสูงสุด นอกจากนี้ อัลบั้มที่ 4 ของพวกเขาที่มีชื่อว่า "Bonamana" ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ขายได้ถึง 200,000 ชุด ในแค่อาทิตย์เดียว
ซุปเปอร์จูเนียร์มี ความแตกต่างจากวงไอดอลวงอื่น ๆ ที่จะออกมินิอัลบั้มและได้รับผลประโยชน์จากตลาดเพลงดิจิตอล ในการสัมภาษณ์เมมเบอร์ของซุปเปอร์จูเนียร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ เมมเบอร์ 9 คนจาก 13 คน ได้มาให้สัมภาษณ์ที่ตึกอับกูจอง
เมมเบอร์ คังอิน ถูกจับในข้อหาขับรถขณะมึนเมาเมื่อปีที่แล้ว และตอนนี้เขากำลังวางแผนที่จะเข้ากรมทหาร และเมมเบอร์ชาวจีน ฮันคยอง ตอนนี้อยู่ระหว่างการฟ้องร้องคดีกับต้นสังกัด SM Entertainment เกี่ยวกับสัญญาของเขา เมมเบอร์อีกคน คิบอม ไม่สามารถมีส่วนร่วมในอัลบั้มที่ 4 ได้ เนื่องจากยุ่งอยู่กับการแสดง อีกทั้ง ชเวซีวอน ไม่สามารถมาให้สัมภาษณ์ได้เพราะเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดเอาอาการติดเชื้อใน ต่อมน้ำลายออก
เพราะมีเมมเบอร์หลายคนในซุปเปอร์จูเนียร์ พวกเขาจึงไม่สามารถมีวันที่สงบสุขในปีที่ผ่านมา และต้องก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เนื่องจากปัจจัยที่ไม่อำนวยและข่าวลือต่าง ๆ ระหว่างการสัมภาษณ์พวกเขาพูดถึงความรู้สึกของตัวเองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจนถึง ตอนนี้ และพวกเขายังพูดถึงความปรารถนาที่จะทำงานต่อไปจนกว่าพวกเขาจะอายุ 40 หรือ 50 ปี และอยากจัดรายการ "Super Junior Show" ในสักวันหนึ่ง
ด้านล่างนี้คือคำถามคำตอบกับเมมเบอร์ของซุปเปอร์จูเนียร์
คนสัมภาษณ์ : พวกคุณได้ผ่านความยากลำบากสำคัญที่มาจากปัญหาส่วนตัวของเมมเบอร์
▲ อีทึก : มันยากสำหรับผมนะครับ ตอนที่ผมต้องยิ้มในตอนยากลำบากเมื่อไปออกรายการบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมช็อกมากตอนที่รู้ว่าฮันคยองไปขึ้นศาล แต่เพราะเราปล่อยให้ที่ของเค้าว่างไว้ ผมอยากให้เค้ากลับมาอยู่เสมอ คังอิน ไม่สามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมกับพวกเราได้ในตอนนี้ แต่เค้าก็คอยให้คำแนะนำพวกเราหลังจากที่ดูการแสดงของพวกเราแล้ว ผมจะพยายามรักษาชื่อ "ซุปเปอร์จูเนียร์" เอาไว้อย่างดีที่สุด จนกว่าเมมเบอร์ทุกคนจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
▲ ฮีชอล : ผมตกใจมากเมื่อฮันคยองเพื่อนรักของผมกลับไปเมืองจีน ผมเกือบคิดที่จะออกจากวงเพราะผมรู้สึกหดหู่มาก ผมเริ่มมีชื่อเสียงตอนที่ผมเริ่มแสดง ไม่ใช่ในฐานะเมมเบอร์ของซุปเปอร์จูเนียร์ และผมก็ร้องเพลงไม่เก่งเหมือนเมมเบอร์คนอื่นอย่างเยซอง คยูฮยอน และรยออุค แล้วผมก็เต้นไม่เก่งเหมือนทงเฮกับอึนฮยอก แต่เมมเบอร์คนที่ผมเคยทะเลาะด้วยได้ยืนอยู่เคียงข้างผมและช่วยผมด้วยวิธี ต่าง ๆ ความจริงข้อเดียวที่ว่าพวกเค้าคอยอยู่ด้วยกันกับผม อยู่ ๆ ก็กลายสิ่งที่ช่วยผมไว้มากแล้วผมก็ซาบซึ้งใจ โดยเฉพาะอึนฮยอกได้ช่วยให้ผมเปลี่ยนใจ ต้องขอบคุณเค้าจริง ๆ ผมถูกชักจูงให้มาทำกิจกรรมสำหรับอัลบั้มใหม่ของพวกเราเป็นครั้งแรก ผมอยากกลับไปตอนที่เราออกอัลบั้มแรก และอยากใส่ความพยายามให้เต็มที่ในกิจกรรม
คนสัมภาษณ์ : ทั้ง ๆ ที่มีปัจจัยที่ไม่อำนวยต่าง ๆ ยอดขายอัลบั้มของพวกคุณ โดยเฉพาะยอดขายของอัลบั้ม 3 และ 4 โดดเด่นมาก มันแปลว่าจำนวนแฟนคลับของพวกคุณเพิ่มขึ้นรึป่าว?
▲ อีทึก : ผมก็ประหลาดใจที่คนซื้ออัลบั้ม 4 ของพวกเราเหมือนกันนะครับ มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียตอนที่เราไปออกรายการบันเทิง พวกเราอาจจะเสียภาพลักษณ์ในการเป็นนักร้องไป แต่ในขณะเดียวกัน ผมคิดว่าเราสามารถโฆษณาตัวเองไปยังผู้คนได้ อีกทั้งนอกจากพวกเราแล้ว คนในวงการบันเทิงอีกหลายคนยังร้องเพลง "Sorry Sorry" ในหลาย ๆ รายการด้วยนะครับ
▲ ฮีชอล : เมื่อสมาชิกไอดอลไปออกรายการบันเทิง มันง่ายสำหรับพวกเค้าที่จะจับกลุ่มแฟน ๆ วัยรุ่น แต่ปกติคนดูที่มีอายุก็ดูเหมือนว่าจะชอบพวกเค้าด้วย ผมคิดว่าการไปออกรายการบันเทิงมันเหมือนกับดาบสองคม
คนสัมภาษณ์ : เพลงเปิดตัวของอัลบั้มที่ 4 "Bonamana" ฟังคล้ายกับเพลงฮิตของพวกคุณก่อนหน้านี้ "Sorry Sorry" พวกคุณคิดว่าสไตล์เพลงที่ตายตัวนี้ได้เกิดขึ้นมาเพื่อซุปเปอร์จูเนียร์รึ ป่าว?
▲ อีทึก : ตอนที่พวกเราฟังเพลงครั้งแรก พวกเราก็คิดว่าเพลงนี้เหมือนกับ "Sorry Sorry" มาก ๆ ครับ เป็นธรรมดาที่คนจะเริ่มเปรียบเทียบเพลง 2 เพลงนี้ เราเลยตั้งชื่อให้เพลงพวกนี้ว่า "SJ Funky" ซึ่งประกอบไปด้วยการเต้นและเสียงแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำให้คนนึกถึงซุป เปอร์จูเนียร์ ผมยังให้เพลงนี้ 5 ดาวในเว็บไซต์เพลงด้วยนะครับ
คนสัมภาษณ์ : แต่ว่านอกจากเพลงเปิดตัว เราได้เจอเพลงทำนองสบาย ๆ ที่ต้องใช้ความสามารถในการร้องที่โดดเด่น
▲ อีทึก : ในปี 2007 ตอนที่ยูนิตของซุปเปอร์จูเนียร์ "ซุปเปอร์จูเนียร์ K.R.Y." วางแผนที่จะออกอัลบั้ม คยูฮยอน ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เพลงเพราะ ๆ หลายเพลงเลยไม่ได้รวมอยู่ในอัลบั้มในตอนนั้น ความจริงแล้วเพลงพวกนั้นได้มาอยู่ในอัลบั้มใหม่แทน ดังนั้นสัดส่วนของเพลงที่ต้องใช้ความสามารถในการร้องเลยเพิ่มขึ้น อย่างเช่นตอนที่ผมฟังเพลง "Spring Day" เพลงโซโล่ของเมมเบอร์ที่อายุน้อยที่สุด รยออุค ซ้ำไปซ้ำมาระหว่างที่ผมขับรถ ผมรู้สึกเหมือนกับจะร้องไห้เลยล่ะครับ
คนสัมภาษณ์ : ตอนนี้พวกคุณได้ออกอัลบั้มมา 4 อัลบั้มแล้ว พวกคุณคิดว่าตัวเองสนใจด้านดนตรีมากขึ้นกว่าในอดีตรึป่าว?
▲ อีทึก : ตอนเดบิวท์พวกเราสนใจแต่การอัดเสียง แต่ตอนนี้พวกเรามักจะเสนอความคิดเห็นของตัวเอง อย่างการพูดว่า "ถ้าเราลองทำท่อนนี้แบบนี้ล่ะครับ?" ตอนที่เรียบเรียงเพลง ในอัลบั้มที่แล้วของพวกเรา เพลงของรยออุคได้ถูกรวมเข้าไปด้วย และสำหรับรีแพ็คเกจอัลบั้มที่ 4 ซึ่งจะออกมาเร็ว ๆ นี้ เพลงหลายเพลงที่แต่งโดยเมมเบอร์คนอื่น ๆ ก็จะถูกรวมเข้าไปด้วยครับ ผมคิดว่าถึงเวลาที่เมมเบอร์ของพวกเราจะแสดงความสามารถทางด้านดนตรีให้เห็น แล้ว
คนสัมภาษณ์ : ปกติแล้วช่วงอายุที่คาดกันเอาไว้ของวงไอดอลจะอยู่ที่ 3-5 ปี ขณะที่ซุปเปอร์จูเนียร์เดบิวท์ในปี 2005 หมายความว่าซุปเปอร์จูเนียร์ได้มาถึงช่วงหมดอายุแล้วใช่มั๊ย?
▲ อีทึก : คุณพูดถูกทีเดียวครับ ผมจินตนาการได้เลยว่าผู้คนจะต้องมองพวกเราด้วยมุมมองเดียวกับที่ผมมองนัก ร้องรุ่นพี่อย่าง H.O.T. กับชินฮวา ที่ออกอัลบั้มมาแล้ว 4-5 อัลบั้มในขณะที่ผมยังเป็นนักร้องที่ทะเยอทะยานอยู่ บางครั้งผมก็คิดว่า "พวกเราต้องหยุดแสดงในฐานะซุปเปอร์จูเนียร์รึป่าว?" แต่ตอนนี้พวกเราไม่ได้แสดงแค่ที่เกาหลีเท่านั้น แต่ยังแสดงที่ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียด้วย ดังนั้นแค่ 4-5 ปีมันไม่พอ พวกเราเป็นที่นิยมหลังจากช่วงเวลาที่สำคัญได้ผ่านไปแล้ว ผมก็เลยคิดว่ามันแปลว่าพวกเราสามารถอยู่ในนานขึ้น
▲ ฮีชอล : ตอนนี้ผมกับอีทึกก็อายุ 28 กันแล้ว ผมรู้ว่ามีนักร้องรุ่นน้องที่น่ารักและสดใสหลายคน แต่ผมอยากเน้นการทำงานของพวกเราด้วยการไปออกรายการต่าง ๆ และในขณะเดียวกันผมก็อยากให้มีการแสดงเยอะ ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราออกอัลบั้มใหม่ ผมชอบแสดงบนเวทีเเพราะมันน่าตื่นเต้นมาก ๆ ครับ
คนสัมภาษณ์ : พวกคุณคิดว่าคนมองไอดอลว่าเป็นยังไง?
▲ อีทึก : ผมคิดว่ามันค่อนข้างพูดเกินจริงเกินไปบ้าง คนพูดกันว่าวงการโฆษณา วงการละคร และวงการเพลงถูกไอดอลยึดไป แต่ความจริงแล้วมีไม่กี่รายการที่ไอดอลไปออกจะได้เรตติ้งมากกว่า 10 เปอร์เซนต์นะครับ "ไอดอล" หมายถึง คนที่เป็นเป้าหมายในการชื่นชม ที่จริงแล้วนักร้องรุ่นพี่หลายคนอย่าง โจวยงพิล นาฮุนอา กลุ่มรถดับเพลิง พัคนัมจอง และซอไทจิกับแก๊ง ก็เคยเป็นไอดอลในยุคของพวกเค้า เมื่อเวลาผ่านไปคนมักจะจำว่าพวกเค้าไม่ใช่ไอดอล ไม่ว่าตอนไหนก็จะมีไอดอลที่ผู้คนชื่นชม ตอนนี้คำว่า "ไอดอล" ก็แค่ได้รับความสนใจและเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ในฐานะที่เป็นเมมเบอร์ของวงไอดอล ผมรู้สึกเสียใจที่คนไม่สนใจเรื่องเพลง แต่กลับไปสนใจเรื่องอื่น ๆ ของไอดอลมากกว่า
▲ ฮีชอล : พวกเราอยากหลุดจากภาพไอดอลในรายการบันเทิงนะครับ ตอนที่ชินดงติดหนวดปลอมและแต่งตัวตลก ๆ เค้าดูไม่เหมือนเมมเบอร์ของวงไอดอลเลย และยิ่งไปกว่านั้น ผมรู้สึกภูมิใจในตัวเค้า เมื่อไหร่ก็ตามที่อีทึก อึนฮยอก และชินดงไปรายการ SBS TV "Strong Heart" พวกเค้าจะช่วยกันคิดมุกอย่างที่พวกดาราตลกเค้าทำกัน แต่บางครั้งผมก็รู้สึกแย่เมื่อผมรู้ว่าผู้คนมองว่าเราเป็นคนบันเทิงที่ล้ม เหลว แล้ววิพากษ์วิจารณ์พวกเรามากกว่าจะให้กำลังใจในความพยายามของพวกเราทั้งใน ฐานะนักร้องบนเวทีและในรายการบันเทิง
คนสัมภาษณ์ : ตอนนี้พวกคุณได้ออกอัลบั้ม 4 กันแล้ว มีช่วงเวลาที่พวกคุณพยายามจะปลดตัวเองจากวงไอดอลมั๊ย?
▲ อีทึก : ตอนเดบิวท์พวกเราอยากทิ้งชื่อของวงไอดอล แต่พวกเรามาถึงขนาดนี้ได้ในฐานะวงไอดอลซุปเปอร์จูเนียร์ ผมก็เลยไม่อยากเสียชื่อในการเป็นไอดอลไป ถ้าจะพูดให้ถูก ผม อยากรักษาชื่อนี้เอาไว้จนกระทั่งพวกเราอายุ 40-50 ปี และกลายเป็นนักร้องรุ่นพี่ไปนาน ๆ เพราะเรามีเมมเบอร์ 13 คน ถ้ามีเมมเบอร์ดังแค่ปีละ 1 คน พวกเราก็จะอยู่ได้นาน 13 ปี แต่ว่าตอนนี้เมมเบอร์น้อยกว่าครึ่งที่เป็นที่นิยมและเป็นที่จับตามอง ในฐานะที่พวกเราถูกบันทึกสถิติไว้ว่ามีเมมเบอร์เยอะที่สุดตอนที่เดบิวท์ พวกเราเลยอยากทำลายสถิติใหม่ในวงการเพลงเกาหลีครับ
▲ เยซอง : มันมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมด้วยนะครับ ในญี่ปุ่น วงที่มีชื่อเสียงอย่าง SMAP กับ Arashi ที่เดบิวท์มานานแล้วแต่ก็ยังได้รับความนิยมอยู่ พวกเราอยากได้รับความรักจากผู้คนนาน ๆ เหมือนวงเหล่านั้นเป็นวงแรกในเกาหลี แม้ว่าหลังจากที่พวกเราอายุ 30 กันแล้ว พวกเราก็อยากออกอัลบั้มและแสดงต่อไป อย่างที่เห็นว่าเมมเบอร์ของพวกเราเป็นที่ยอมรับในหลาย ๆ ด้าน และยอดขายอัลบั้มของพวกเราก็เพิ่มขึ้น พวกเราอาจจะค่อย ๆ ผ่านขีดจำกัดของวงไอดอลเมื่อเราเข้าใกล้จุดหมายในอนาคตของพวกเรา
▲ ฮีชอล : พวกเราอยากทำ "Super Junior Show" รายการที่ให้พวกเราได้พูดคุยกับผู้คน เหมือนกับรายการ "SMAPxSMAP" ที่ SMAP ทำในญี่ปุ่นครับ
คนสัมภาษณ์ : ชินดงได้ตกเป็นประเด็นร้อน เพราะเค้าขอคนรักแต่งงานโดยใช้โค้ดในปกอัลบั้มที่ 4
▲ ชินดง : ผมแปลกใจมากที่แฟน ๆ ถอดรหัสได้อย่างรวดเร็ว ผมผิดเองครับ เพราะผมไม่ควรใส่ข้อความส่วนตัวลงไปในอัลบั้มที่จริง ๆ แล้วทำไว้เพื่อแฟน ๆ ของพวกเรา ผมต้องขอโทษเมมเบอร์คนอื่น ๆ และแฟน ๆ จริง ๆ ครับ
▲ ฮีชอล : ผมก็ต้องขอโทษแฟน ๆ ด้วย แต่ผมคิดว่าในฐานะผู้ชายคนนึง เค้ากล้ามาก ๆ แต่ที่จริงแล้วมันก็เป็นข้อความที่ช็อกสำหรับผมเหมือนกัน ผมไม่รู้เลยว่ามันจะจริงจังแบบนั้น [แต่งงานกับผมนะ ผมกำลังขอคุณแต่งงาน]
คนสัมภาษณ์ : พวกคุณคิดว่าการแสดงของ ชเวซีวอน ในละคร "Oh! My Lady" ที่เพิ่งจบไปเป็นยังไงบ้าง?
▲ อีทึก : การแสดงของเค้าโดยเฉพาะการแสดงสีหน้า มันดีกว่าตอนที่เค้าแสดงในหนัง "Battle of Wits" ซะอีกครับ เค้าได้แสดงท่าทางขี้เล่นแบบที่เค้าเคยทำให้พวกเราดู ตอนที่ผมดูฉากที่เค้าจูบกับหญิงตอนเมา โดยที่เปิดประตูตู้เย็นทิ้งไว้ เค้าดูลื่นไหลมากเลยครับ
CREDIT : KBS GLOBALTranslated by Heenimthailand's
Staff(lunarP)www.heenimthailand.com
***PLEASE TAKE OUT WITH FULL CREDIT AND DO NOT ADD IN YOUR OWN CREDIT***
กรุณานำออกไปพร้อมเครดิตทั้งหมดและอย่าเปลี่ยนเครดิตเป็นของตัวเอง
Re-upload : Pradaz*
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น